โรงเรียนแห่งความสุข: ต้นทางความคิดสร้างสรรค์ที่รอวันมาถึง — ครูท็อป อานนท์ แซ่เต็ง (Rapcher)

บุลวัชร เสรีชัยพร เรื่อง

เมื่อนึกย้อนกลับไป ขณะที่ผู้เขียนเป็นนักเรียนในยุคต้นศตวรรษที่ 21 การส่งเสริมการคิดนอกกรอบก็เริ่มเป็นที่พูดถึงแล้วตั้งแต่ตอนนั้น โรงเรียนเริ่มให้คะแนน “ความคิดสร้างสรรค์” และจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมที่ว่ากันว่า “ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ” เพื่อช่วยให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นคนที่มีความคิดยืดหยุ่น แก้ไขปัญหาใหม่ๆ ที่ซับซ้อนและไม่เคยมีใครเคยเผชิญมาก่อนได้ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการทดสอบวัดประเมินความคิดสร้างสรรค์ (PISA Creative Thinking) ของนักเรียนไทยกลับมีคะแนนรั้งท้าย อยู่ในลำดับที่ 54 จาก 64 ประเทศ ด้วยคะแนน 20.9 แต้ม ห่างจากประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดอย่างสิงคโปร์ (41 แต้ม) อยู่มากโข ปรากฏการณ์นี้ ว่าไปแล้วไม่ได้น่าแปลกใจนัก เมื่อย้อนคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยทำร้ายความคิดสร้างสรรค์ในระบบการศึกษาได้บ้าง แล้วบรรยากาศการเรียนรู้ที่เด็กๆ อาจได้พานพบมาเป็นอย่างไร 

ประเด็นความคิดสร้างสรรค์ในระบบการศึกษาพาเราไปสนทนากับ Rapcher  หรือ ครูท็อป อานนท์ แซ่เต็ง ที่เด็กๆ และผู้ปกครองหลายคนรู้จักดีจากผลงานแหวกแนวอย่างวิดีโอเพลงแร็ปสอนภาษาและอีกหลากหลายวิชาที่มียอดวิวเป็นหลักหมื่นหลักแสนบนติ๊กต่อก ยูทูป และเฟสบุ๊ก ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดเมื่อสองปีก่อน และยังได้ไปร่วมสอนสังคมในรายการ สังคม สนุกคิด ช่อง ALTV เมื่อปีที่แล้ว

ครูท็อปเป็นครูอีกคนหนึ่งที่ไม่เพียงเห็นความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ในโรงเรียน แต่ยังเป็นตัวอย่างให้ทุกคนได้เห็น “หน้าตาของความคิดสร้างสรรค์” ที่เป็นรูปธรรม ผ่านรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เปี่ยมความสนุก อะไรกันเป็นปัจจัยหรือแรงบันดาลใจที่ทำให้ครูคนนี้รังสรรค์การสอนที่ดึงดูดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วประเทศได้ และเราจะสร้างบรรยากาศการสอนแบบนี้ให้เกิดขึ้นทุกโรงเรียนได้อย่างไร

“ผมน่ะไม่ค่อยรู้ตัวหรอกว่า ตัวเองเป็นครูที่มีความคิดสร้างสรรค์มั้ย” ครูท็อปเกริ่น เมื่อเราถามว่า ความคิดสร้างสรรค์ในโรงเรียนมีหน้าตาเป็นอย่างไร “หลายๆ คนชอบบอกผมว่า น้องมีความคิดสร้างสรรค์จัง คิดได้ยังไง แต่สิ่งที่ทำเราเริ่มต้นทำสิ่งที่ทำก็คือ เราอยากให้นักเรียนเรียนหนังสืออย่างสนุก ทำยังไงก็ได้ให้สนุก เข้ามาเรียนแล้วยิ้มได้ หัวเราะได้”

แล้วความสนุกเป็นจุดหมายหลักของการมาโรงเรียนไหม

“จุดมุ่งหมายของโรงเรียนคือ ดูแลเด็กๆ ด้านวิชาการและด้านพฤติกรรม รวมถึงการใช้ชีวิตและการปรับตัวในสังคม ส่วนผมสอนเด็กประถม ซึ่งค่อนข้างจะยังไม่ค่อยรู้ว่า เรามาโรงเรียนทำไม ทำไมถึงสำคัญ อนาคตคืออะไร อนาคตที่ดีเป็นอย่างไร เด็กบางคนกดดันมากที่ต้องมาโรงเรียน เพราะเค้าอาจเรียนไม่เก่ง พื้นฐานไม่ดี หรือครูอาจจะดุ เราเลยอยากให้เขาสนุกกับการมาเรียนก่อน พอเขาสนุก เขาก็จะตั้งใจเรียน พอตั้งใจเรียนก็จะได้ความรู้ และเขาจะมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนหนังสือ ในมุมมองครูประถมอย่างผมก็จะคิดแบบนี้ ว่าสนุกต้องมาก่อน เราก็เลยต้องมาคิดต่อว่า จะออกแบบการเรียนการสอนอย่างไร จะสื่อสารอย่างไร” 

ทำไมถึงเลือกใช้การแร็ปสื่อสารกับเด็ก

“ตอนนั้นมันมีรายการแร็ป เราไม่รู้จักหรอก เด็กรู้จักก่อนเราเสียอีก และชอบมาก เราก็เลยลองไปแต่งเพลงแร็ปดู ตอนแรกก็มั่ว แต่เด็กดันสนุก แบบ ‘เอ๊ย อยู่ดีๆ ครูพูดอะไรอ่ะ’ พอรู้สึกว่ามันเวิร์ก เราก็เลยศึกษาไปเรื่อยๆ เพื่อใช้มันเป็นวิธีหนึ่งในการสอน ก่อนหน้านี้เราก็มีเทคนิคอื่นๆ แหละ เช่น เล่นเกม พาเด็กไปนอกห้องเรียนบ้าง”

โรงเรียนต้องมีบรรยากาศแบบไหน การสอนที่เด็กๆ สนุกจึงจะเกิดขึ้นได้

“ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นได้ เมื่อคนมีความสุข มีเป้าหมาย และมีแพสชัน”

— ครูท็อป อานนท์ แซ่เต็ง (Rapcher)

“เริ่มต้นก่อนว่าครูอยากให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียนการสอนหรือเปล่า และสนใจเรียนมากน้อยแค่ไหน ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอ จะทำให้นักเรียนรับรู้ได้ว่า ห้องเรียนต่างไปจากเดิม พอดึงความสนใจได้แล้ว ต่อจากนั้นก็ต้องสนุก คือ ต้องให้เขาได้มีบทบาทในห้องมากขึ้น จากที่ครูบรรยายสอนทั่วไป เด็กๆ อาจได้แสดงภาวะผู้นำ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ ได้ออกความเห็นไปด้วย”

“สิ่งที่ครูต้องระวังอีกอย่างคือ ทำยังไงให้เด็กมีภาพจำที่ดีกับการมาโรงเรียน เดี๋ยวนี้สังคมเรามีการพูดคุยกันเยอะเรื่อง การรังแกกัน การพูดจากับเด็กอย่างเหมาะสม ไม่ตั้งฉายาให้เด็ก ในยุคก่อนคนไม่คิดอะไรมาก แต่ [การล้อเลียน] ก็อาจสร้างความทรงจำที่ไม่ดีติดไปแล้ว”

แนวทางการสอนของ ครู็อป Rapcher ที่มา TikTok

ผู้บริหารมีส่วนกับความสร้างสรรค์ในการเรียนการสอนหรือเปล่า

“มีครับ โรงเรียนที่ผมสอนเขาสนับสนุน ไม่ได้ว่าอะไร เพราะห้องเรียนปรับอากาศ เก็บเสียงด้วย การเรียนการสอนที่สนุกสนานร้องเพลงกันก็เลยไม่ไปรบกวนใคร แต่ถ้าเกิดมีครูที่ไม่เข้าใจเดินผ่านห้อง เห็นแล้วเขาอาจรู้สึกก็ได้ว่า เด็กลุกเดิน เต้น เล่นกับเพื่อนอย่างนี้ไม่มีระเบียบวินัย แต่เราไม่ได้เต้นกันทั้งคาบ 50 นาทีนะ นั่นก็ไม่ไหว (หัวเราะ) เราแค่มีจังหวะให้เด็กได้ร้องเพลงจำคำศัพท์ ปล่อยพลังบ้าง เราเคยลงโพสต์วิดีโอการสอนที่ครูหลายๆ คนชอบ เข้าใจ แต่ก็จะมีครูบางคนคอมเมนต์ว่า ถ้าฉันสอนแบบนี้ ฉันโดนตำหนิแน่ ซึ่งก็อาจเพราะโรงเรียนมีข้อจำกัดบางอย่าง [เช่นตามข้างต้น] ที่ทำให้ครูใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองได้ไม่เต็มที่”

เห็นบทสัมภาษณ์ของครูท็อปเรื่อง ภาระงานของครู สิ่งนี้มีผลต่อการสอนให้เด็กสนุกด้วยมั้ย

“มีแน่นอน (หัวเราะ) นี่เป็นประเด็นที่ผมรับรู้มาตลอดคือ ไม่มีเวลา แม้กระทั่งครูเอกชนก็มีภาระงานที่หนัก ครูโรงเรียนเอกชนเราดูแลเด็กดีทั้งเรื่องอาหาร พฤติกรรม การเรียน คุยกับผู้ปกครองเยอะ และก็มีงานให้ตรวจเยอะ ครูประถมมีวิชาหลักของตัวเองก็จริง แต่ก็สอนวิชาอื่นด้วย และมีคาบแปดที่เด็กที่กลับบ้านเย็นจะอยู่เรียนพิเศษกับครูประจำชั้น นอกจากนี้ก็มีเรื่องเอกสาร โรงเรียนเอกชนอาจมีน้อยกว่าโรงเรียนรัฐบาลที่เคยได้ยินมาว่า ต้องไปประชุมเยอะ ต้องดูเรื่องจัดซื้อ ใจก็จะไม่ได้อยู่กับการสอน [สำหรับเรา] เวลาเตรียมการเรียนการสอนก็จะน้อยลง ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลานะ แต่ครูจะเหนื่อยจากงานอื่นๆ พอเหนื่อยแล้วก็จะไม่มีแรงคิดสร้างสรรค์ เรื่องนี้ [ภาระงานครู] ก็เลยสำคัญมาก [ต่อการสอนให้เด็กสนุก]”

อย่างการแร็ปนี่มีช่วงที่ตันบ้างไหม

“ส่วนใหญ่คือช่วงที่ไม่มีเวลา ถ้ามีเวลาก็จะไม่ตัน เรื่องการแร็ปเราอยู่ในจุดที่ชำนาญแล้วด้วย พอมีเนื้อหาอะไรใหม่ๆ ก็เลยจะแต่งได้เลย”

ถ้าครูไม่มีเวลาแบบนี้ โรงเรียนต่างๆ มีวิธีช่วยครูอย่างไรบ้างให้สอนได้อย่างสร้างสรรค์

“มีบ้างครับ แต่ไม่บ่อยนัก เป็นการประชุมครูก่อนเริ่มต้นปีการศึกษาซึ่งมีประเด็นอื่นๆ นอกเหนือจากการรวมกลุ่มสัมมนาครูเรื่องกระบวนการสอนด้วย เวลาที่ครูคุยปรึกษาแผนการสอนกันก็เลยจะไม่มาก และครูก็มีภาระงานเยอะเลยคุยกันได้ไม่บ่อย และก็มีข้อจำกัดด้วยว่า เทคนิคการสอนเป็นเรื่องของความถนัดและบุคลิกของแต่ละคน ครูไม่ได้แร็ปกันได้หมด ครูขี้อายก็มี แต่เขาก็ทำตามหน้าที่ได้ตามความถนัดของตัวเอง”

ถ้าอย่างนั้นช่วยแชร์วิธีสอนอย่างสร้างสรรค์แบบอื่นๆ นอกจากแร็ปด้วยได้ไหม

“ผมก็เห็นมาหลายอย่างนะครับ ที่ดูจากครูท่านอื่นแล้วเอาใช้บ้าง ก็เช่น ทำเกมจากพาวเวอร์พอยต์ หรือทำเกมโชว์ให้นักเรียนออกมาแข่งกันตอบคำถาม การเล่นบทบาทสมมติ หรือเอาของจากที่บ้านที่พอหาได้ไม่ยากมา ก็จะทำให้ห้องเรียนมีสีสันขึ้น ครูบางคนเก่งเทคโนโลยีก็อาจจะสร้างเกมที่ดีมากๆ ได้ หรือบางคนหาสื่อการสอนเก่งมาก แต่ละคนมีความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนกัน ผมก็เรียนจากครูคนอื่น กลับกันครูบางท่านก็ขอให้ผมสอนแร็ป จริงๆ เด็กเองก็ไม่ได้ชอบร้องเพลงกันทุกคน เราจึงต้องมีวิธีสอนที่หลากหลาย สลับๆ กัน การแร็ปเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้น่าสนใจ เราต้องสังเกตเด็กว่าเขาชอบอะไรมากกว่า”

ครูท็อปเคยมีประสบการณ์การสอนหลายโรงเรียน เช่น ที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตร โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเซนคาเบรียล เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็เพิ่งไปเป็นครูอาสาที่โรงเรียนประจำหมู่บ้านกะเหรี่ยงยะโม่คี ที่อ. อุ้มผาง จ.ตาก โรงเรียนแต่ละแห่งมีบรรยากาศการเรียนการสอนต่างกันอย่างไรบ้าง

“จริงๆ เด็กทุกคนล้วนพร้อมเรียนไม่ต่างกันครับ สิ่งที่ต่างกันคือสื่อการสอน โรงเรียนเอกชนที่เคยสอนมามีครบ ทั้งกระดานอินเทอร์แอกทีฟ สมาร์ตบอร์ด [ส่วนโรงเรียนที่เพิ่งไปมา] พอไปถึงเราก็งงเหมือนกันว่าจะทำยังไง [เพราะ] สื่อการสอนยังไม่พร้อมทั้งหนังสือและอาคารเรียน มีทีวี แต่ไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึงเท่าไหร่ ใช้โซลาร์เซลล์ มีอินเทอร์เน็ตแต่ความเร็วต่ำมาก เด็กเลยหาความรู้ด้วยตัวเองได้น้อย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาที่สามที่เขาอยากเรียนก็จะหาเรียนเองได้ยาก แต่ความถนัดของเขาคือวิถีชีวิต ความเชื่อ วิถีชุมชนที่เรียนรู้จากครอบครัว” 

แล้วแบบนี้โรงเรียนที่มีข้อจำกัดจะจัดการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์ได้ไหม

“ผมว่าการนำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาอยู่ในการสอนนั้นทำได้ทุกที่นะ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่ [มีสื่อการสอน] พร้อมหรือไม่พร้อม เพราะเราเอาทรัพยากรที่เขามีในที่นั้นมาใช้ได้ ในโรงเรียนที่มีสมาร์ตบอร์ด เราอาจทำเกมได้ ให้นักเรียนมารวมกันทำกิจกรรมหน้าห้อง ส่วนโรงเรียนในชนบท เราก็อาจจะพาเขาออกไปชมธรรมชาติ ไปเรียนคำศัพท์จากธรรมชาติ เด็กอาจทำเกษตรกรรมที่บ้าน ก็ให้เขาสอนเราด้วย เราสอนเขาด้วย”

อ๋อ เหมือนการสอนที่ใช้เด็กเป็นฐาน (child-center)

“ใช่ ๆ”

ขยับไปที่บ้านบ้าง กลับจากโรงเรียนมา ผู้ปกครองจะหล่อเลี้ยงความสุขในการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้ยังไง

“ผมว่าแต่ละบ้านจะต่างกันนะ บางบ้านกลับจากโรงเรียนมาคือจบ เป็นเวลาพักผ่อน รีแลกซ์ มีกิจกรรมครอบครัวด้วยกัน เช่น บางครอบครัว ผมเห็นสั่งชุดกิจกรรมทำสบู่มาเล่นกันกับลูก เด็กก็ได้สนุก เหมือนอยู่โรงเรียนเลย ครอบครัวเราแต่ก่อนเป็นชนชั้นกลางหาเช้ากินค่ำไม่มีแบบนี้ พ่อแม่ทำงาน เราก็จะเล่นกับเพื่อนไป บางครอบครัวเน้นไปสวนสาธารณะ สวนน้ำ เด็กก็จะได้ความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างกัน”

ผู้ปกครองมีผลต่อการเรียนการสอนสร้างสรรค์ในโรงเรียนบ้างหรือเปล่า

“ส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะปล่อยให้ครูสอนไป อะไรที่เขามีปัญหา เช่น สอนการบ้านลูกไม่ได้ ถ้าครูสอนได้ ผู้ปกครองก็จะมีความสุขมาก”

“แต่ [ผู้ปกครองอาจมีผลในเรื่องอื่น] อย่างประเด็นเรื่อง LGBTQ+ ครูโรงเรียนรัฐบาลแต่งหญิงไปสอนได้ แต่ครูโรงเรียนเอกชนบางแห่งอาจยังทำไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องการยอมรับของผู้ปกครองด้วย ผู้ปกครองบางคนจะกลัวว่า ครูจะมามีอิทธิพลอะไรกับลูกเขาหรือเปล่า ขณะเดียวกันผู้ปกครองบางคนก็อาจจะยอมรับได้ การที่ครูสามารถเป็นตัวของตัวเอง ได้สวมเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเองและการสอน ครูก็จะมีความสุข และความสุขเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนกล้าคิดอย่างสร้างสรรค์”

การศึกษาไทยที่ครูท็อปจินตนาการไว้ว่าอยากให้เป็น มีหน้าตาแบบไหน แล้วเราจะช่วยกันทำให้เป็นจริงได้ยังไง

“จินตนาการไว้นะว่า อยากให้ห้องเรียนและโรงเรียนเป็นที่ที่เด็กมาแล้วมีความสุข มีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรการสอนและคุณครูที่ตั้งใจสอนนักเรียน สำหรับภาครัฐ เราอยากให้เค้าแก้ปัญหาให้ตรงจุด เช่น เราอยู่ในยุคเทคโนโลยี เอไอ ทุกโรงเรียนก็ควรมีอินเทอร์เน็ต มีสื่อพร้อมให้เค้าท่องโลกกว้างได้ หรืออย่างหนังสือก็ควรต้องมีให้พร้อม มันน่าเสียดายที่บางโรงเรียนยังขาดอยู่” 

“ส่วนภาคเอกชน อาจจะทำรายการที่ให้คุณครูมาสอนโชว์กัน แข่งกัน น่าจะยกระดับวิชาชีพครูบ้าง ถ้าเราดูในสื่อโซเชียลจะเห็นว่า ครูหลายคนมีความสามารถมากนะ แต่ขาดเวทีหรือช่องทางนำเสนอที่จะแสดงให้ครูหรือผู้คนในสังคมเห็นว่า ตอนนี้การเรียนการสอนมันมาถึงจุดนี้แล้วนะ มันสนุกได้ ต่อยอดแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์กันต่อไป อย่างครูบางคนมาดูคลิปผมแล้วบอกว่า ขอบคุณมากเลยที่ทำคลิปนี้ขึ้นมา เขากำลังเบิร์นเอาต์ (burn out- หมดไฟ) พอเห็นแล้วก็อยากกลับไปคิดวิธีการสอนที่ทำให้เด็กมีความสุข ผมคิดว่า [การมีช่องทางให้แสดงการสอนที่สร้างสรรค์] แบบนี้ มันก็จะเกิดการยกระดับ ทำให้คนเก่งๆ อยากมาเป็นครู และทำให้เงินเดือนขึ้นด้วย”

นั่นสิ แต่ก่อนเคยมีโทรทัศน์ครู (Teachers TV) และมีรายการแสดงแนวการสอนแปลกใหม่อยู่บ้าง แต่ถ้ามีรายการแบตเทิลก็น่าสนุกดีเนอะ

“ใช่ๆ น่าสนุก”

ว่าแต่ เงินเดือนครูตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

“น้อย (หัวเราะ) ครูหลายคนหาเงินเพิ่มจากการสอนพิเศษ ครูโรงเรียนรัฐบาลก็ยังเงินเดือนน้อย อาจจะกู้ยืมเงินได้ มีสวัสดิการมั่นคง แต่หลายคนก็ยังต้องทำงานเสริมด้วย เช่น เปิดร้านขายของชำหรือขายประกัน ครูเองก็ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่เวลาบางส่วนของเขาก็จะหายไป ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกัน ความคิดสร้างสรรค์ก็มาพร้อมกับความพร้อมของคนด้วย ถ้าอยากให้คนมีความคิดสร้างสรรค์ เขาก็ต้องมีชีวิตที่ดีก่อน เวลาและเงินเป็นส่วนสำคัญ ถ้าครูไม่ต้องไปสอนพิเศษก็จะมีเวลาคิดหาวิธีสอนมากขึ้น” 

“การแก้ปัญหาตรงนี้ อาจเป็นการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม อาจมีการสื่อสารกับประชาชนว่า เราเก็บภาษีมาทำส่วนนี้นะ การศึกษาเรามาถึงจุดนี้แล้วนะ ถ้าคุณมีลูกในยุคนี้ ลูกคุณจะได้รับการสนับสนุนอะไรบ้าง หรือจะเอาลูกเข้าระบบการศึกษาได้ยังไง มีเส้นทางการเรียนอย่างไร พ่อแม่บางคนในพื้นที่ห่างไกลตามชายแดนเขาไม่ได้ไม่มีเงิน แต่อาจจะไม่รู้ว่าลูกเรียนแล้วไปทำอะไร เรายังขาดการประชาสัมพันธ์ว่า เดี๋ยวนี้มีทางเลือกอาชีพหลากหลายแล้วนะ เด็กๆ เรียนอะไรได้บ้าง” ครูท็อปกล่าวปิดท้าย

หลังจากที่ได้คุยกัน สิ่งหนึ่งที่สะท้อนขึ้นมาในใจผู้เขียน คือ ความคิดสร้างสรรค์ในโรงเรียนจริงๆ แล้วอาจไม่ได้มีต้นกำเนิดซับซ้อนไปกว่า ความสุขของทุกคนในโรงเรียน เมื่อครูมีเวลา มีชีวิตที่ดี มั่นคง มีทรัพยากรเพียงพอที่จะพัฒนาตัวเองและกระบวนการสอนได้ ความสุขนั้นก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะแผ่ไปสู่นักเรียน ผ่านห้องเรียนที่สร้างสรรค์ ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรเราจะจึงสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ จะพร้อมสนุกไปกับการเรียนรู้และคิดฝันถึงสิ่งใหม่ๆ ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ทั้งแตกต่างและเหลื่อมล้ำกันเหลือเกินในแต่ละโรงเรียน แต่ละพื้นที่ 

สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญของการสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการศึกษาไทยจึงอาจไม่ใช่ นักเรียนและครูของเราคิดสร้างสรรค์ได้มากแค่ไหน คะแนนสู้ใครได้บ้าง และจะแข่งกับชาวบ้านเขาต่อไปได้อย่างไร แต่เป็น

“นักเรียนและครูของเรามีความสุขกับการเรียนการสอนทุกวันนี้แล้วหรือยัง” มากกว่า

อ้างอิง

https://www.oecd-ilibrary.org/education/pisa-2022-results-volume-iii_765ee8c2-en
https://www.oecd-ilibrary.org/docserver/3485a4ec-en.pdf?expires=1719762813&id=id&accname=guest&checksum=FAAFF204A4EF8BF2345E81CCC620BF62
https://www.altv.tv/content/thaipbs-news/6516a0f9d8555107230ff35a
https://www.dek-d.com/teentrends/59903
https://readthecloud.co/rapcher/


ทดลองอ่านและสั่งซื้อหนังสือ โรงเรียนคิดสร้างสรรค์: คู่มือสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนคิดสร้างสรรค์: คู่มือสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง

Original price was: 395฿.Current price is: 356฿.

ขอต้อนรับสู่ “โรงเรียนคิดสร้างสรรค์” พื้นที่เรียนรู้เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผ่านคู่มือการ “เล่น” เพื่อพัฒนาการเรียนรู้โดยอาศัยชุดอุปนิสัยสร้างสรรค์ 5 ประการอ่านเวอร์ชันอีบุ๊ก

มนภัทร จงดีไพศาล แปล
บุลวัชร เสรีชัยพร บรรณาธิการ
จิรัชยา หงษ์แก้ว ออกแบบปก