หลากปัจจัย ทำร้ายความคิดสร้างสรรค์

บุลวัชร เสรีชัยพร เรื่อง

ก่อนที่เด็กๆ วัย 15 ปีทั่วโลก รวมถึงนักเรียนไทยจะได้สนุกสนานไปกับการทำแบบทดสอบ PISA (Programme for International Student Assessment) ในด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ครั้งแรกในปี 2022 (ฟังรายละเอียดการทดสอบของ PISA ได้ในคลิปนี้ และอ่านบทความเกี่ยวกับการวัดประเมินความคิดสร้างสรรค์ได้ที่บทความนี้) นักจิตวิทยาทั่วโลกทดสอบความคิดสร้างสรรค์กับผู้คนมากมายด้วยแบบทดสอบชื่อ The Torrance Test of Creative Thinking (TTCT) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยนักจิตวิทยา นาม อิลลิส พอล ทอร์แรนซ์ (Ellis Paul Torrance) 

นับตั้งแต่เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1966 แบบทดสอบ TTCT ก็ถูกนำไปทำวิจัยและวัดประเมินอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ในชั้นอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน มีการแปลออกไปถึง 35 ภาษา (ข้อมูลปี 2002) และปรับปรุงทุก 10 ปี เพื่อประเมินความคิดสร้างสรรค์ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบริบทสังคม-วัฒนธรรม และเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดย TTCT จะวัดจากความสามารถด้านต่างๆ ที่แสดงออกมาผ่านกิจกรรมทางวัจนภาษา (เล่าเรื่อง) และอวัจนภาษา (วาดภาพ) เช่น การสร้างความคิดหลากหลายรูปแบบ การสร้างความคิดที่แตกต่างไปจากคนหมู่มาก การเปิดใจไม่ตัดสิน การบูรณาการความคิดเพื่อหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหา และการลงรายละเอียดทางความคิด เป็นต้น

นักวิจัยจึงเปรียบเทียบผลประเมินได้ว่า ความสามารถด้านการคิดสร้างสรรค์แต่ละด้านในสังคมหนึ่ง เพิ่มหรือลดที่ช่วงวัยหรือยุคสมัยไหน และพอจะมีเบาะแสให้วิเคราะห์สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงโดยภาพรวมได้

พัฒนาการสู่โลกที่กดดันและคาดหวัง

แม้จะยังมีข้อถกเถียงว่า เด็กเล็กมีความคิดสร้างสรรค์แท้จริงหรือไม่ (หรือแค่ยังไม่มีประสบการณ์และความรู้มาล้อมกรอบความคิด) และเริ่มมีเมื่อไหร่ แต่งานวิจัยในตะวันตกหลายชิ้นก็พบว่า ผลประเมินความคิดสร้างสรรค์ของเด็กมักลดฮวบในช่วงป. 4 หรือที่เรียกว่า “fourth grade slump” (ขาลงป.4) ซึ่งนักวิจัยหลายคนให้ความเห็นตรงกันว่าเป็นช่วงที่เด็กเริ่มเข้าสังคมและหัดปรับตัวเข้ากับคนหมู่มาก งานวิจัยชิ้นหนึ่งของทอร์แรนซ์ในปี 1977 ยังเสนอด้วยว่า เมื่อเด็กพบกับแรงกดดันคาดคั้นใหม่ๆ ให้ต้องปรับตัวเข้ากับมารยาทในชั้นเรียนและความคาดหวังของเพื่อนๆ พลังการคิดนอกกรอบอย่างเป็นตัวของตัวเองก็ยิ่งอ่อนแรง แต่ก็มักจะตีตื้นกลับมาได้อีกครั้งหลังจากที่เด็กปรับตัวได้แล้วในชั้นสูงขึ้นไป 

ปรากฏการณ์นี้ยังพบข้ามวัฒนธรรมทั้งในเกาหลี ฝรั่งเศส และกลุ่มวัฒนธรรมย่อยในประเทศต่างๆ เช่น นอร์เวย์ อินเดีย ออสเตรเลีย ฯลฯ จึงเป็นไปได้ว่า ทั้งพัฒนาการและประสบการณ์ร่วมในช่วงวัยเดียวกันนี้ เช่น การตระหนักได้ถึงความจำเป็นที่จะต้องคิดให้เฉียบคมและเหมาะสม อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ซบเซาไป ก่อนจะกลับมากระเตื้องขึ้นอีกครั้งในชั้นมัธยม ซึ่งเด็กเริ่มสะสมข้อมูลได้มากพอที่จะแสดงความคิดของตนเองอย่างชัดเจน มั่นใจ

เรียนรู้จากยุควิกฤตความคิดสร้างสรรค์ในสหรัฐอเมริกา

แบบทดสอบที่ใช้และพัฒนามาตลอด 40 ปี ทำให้นักวิจัย คยุง ฮี คิม (Kyung Hee Kim) สามารถเปรียบเทียบผลประเมินความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วมการทดสอบ 272,599 คน จากหลายภูมิภาคทั่วสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลาย และวัยผู้ใหญ่ เพื่อสำรวจแนวโน้มพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ของผู้ทำแบบทดสอบแต่ละยุคสมัย โดยงานวิจัยของเธอในปี 2011 สรุปว่า ตั้งแต่ทศวรรษ 1980-1990 เป็นต้นมา ผลประเมินความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ ทุกด้าน ของกลุ่มประชากรอเมริกัน ตกต่ำอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัยและประถมต้น ขณะที่บางด้าน (เช่น การเปิดใจไม่ตัดสินและการลงรายละเอียดความคิด) ลดลงในทุกช่วงวัย ทั้งนี้ ในบทสัมภาษณ์ของคิมเมื่อปี 2018 เธอได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ผลการประเมินในปีนั้นยังคงลดลงอีกด้วย

คิมสรุปงานวิจัยว่า ผลประเมินสะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ชาวอเมริกันตั้งแต่ช่วงทศวรรษ1980-2000 เป็นต้นไปโดยเฉพาะเด็กเล็ก กำลังอยู่ในสภาพสังคมที่ทำให้พวกเขาสูญเสียความสามารถในการคิดอย่างหลากหลายและแปลกใหม่ แสดงออกทางอารมณ์และวัจนภาษาน้อยลง มีชีวิตชีวา อารมณ์ขัน และมองโลกจากมุมที่ต่างจากตนน้อยลง อีกทั้งยังมีทักษะการคิดอย่างเป็นนามธรรม คิดวิเคราะห์ และจับประเด็นปัญหาน้อยลงด้วย ทำให้น่าเป็นห่วงว่า คนรุ่นต่อไปจะเติบโตมามองโลกได้แคบลง สงสัยใคร่รู้และเปิดใจรับสิ่งใหม่น้อยลง โดยเธอตั้งข้อสังเกตว่า ชีวิตที่แข่งขันและเร่งรีบมากขึ้นอาจทำให้เด็กๆ ไม่มีเวลาว่างพอที่จะได้พัฒนาความคิดให้ลึกซึ้ง ส่วนพ่อแม่และครูเองก็มีเวลารับฟังความคิดของเด็กๆ น้อยทำให้เด็กขาดโอกาสพัฒนาการแสดงออกทางอารมณ์และความคิด ขณะที่เด็กช่วงประถมปลายก็อาจถูกบีบให้เรียนแบบท่องจำไปสอบมากเกินไป จนไม่ได้ฝึกคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างเพียงพอ 

สัญญาณเล็กๆ ที่อาจสร้างแรงกระเพื่อม

การเปลี่ยนสังคมอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ได้ยากและต้องใช้เวลา แต่การบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์นั้นเริ่มได้จากจุดเล็กๆ อย่างการปรับคำพูดและการตอบสนองในแต่ละวัน ไปในทางที่บ่มเพาะพฤติกรรมและรูปแบบความคิดของผู้คน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ให้กล้าและสนุกที่จะคิดแก้ปัญหาอย่างนอกกรอบ เช่น 

– ส่งเสริมให้คนได้เรียนรู้หัวข้อที่หลากหลายบ่อยๆ จะช่วยให้คนสั่งสมความรู้ได้มากพอที่จะสงสัยใคร่รู้ สนใจให้ความเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้คนที่หลากหลายได้ เพิ่มโอกาสเติมข้อมูล มุมมอง และการบูรณาการองค์ความรู้เป็นความคิดใหม่ๆ ได้

– เปลี่ยนจากการชมด้วยคำว่า “เธอเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์” มาเป็นสังเกตและชื่นชมการกระทำที่นำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์แทน เพื่อให้คนคนนั้นตระหนักได้ว่าตนเองทำอะไรได้ดีแล้ว หรือยังต้องพัฒนาอะไรต่อไป เช่น ชมว่า “มีความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา” “ทำงานเป็นทีมได้ดี” “คิดเชื่อมโยงเก่ง” หรือ “กล้าท้าทายความคิดเดิมๆ”

– พยายามอย่ามอบหมายงานที่เต็มไปด้วยคำสั่งยิบย่อย คอยสอดส่องตรวจตราความเรียบร้อย ให้งานล้นเกิน หรือสร้างความหวาดกลัวต่อผู้มีอำนาจ จนคนไม่มีพื้นหรือความกล้าที่ให้คิดหรือลองทำอะไรใหม่ๆ และเข้าใจไปว่า มีวิธีการที่ “ถูกต้อง” แค่แบบเดียวเท่านั้น ในทางกลับกัน จงพยายามอย่าให้งานที่ไม่ท้าทายความคิดความสามารถของคนคนนั้น จนเขาไม่รู้สึกว่าได้คิดอะไรที่น่าสนใจหรือได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการทำงานเลย

– ถามคำถามถึงแรงจูงใจ ความนึกคิด และขั้นตอนเบื้องหลังชิ้นงานต่างๆ เพื่อให้คนได้เรียบเรียงความคิดและประเมินการทำงานของตัวเองได้ รวมถึงรับรู้ว่ามีคนให้ความสำคัญกับกระบวนการและความพยายามแก้ปัญหาของตน ไม่ใช่รีบตัดสินคุณค่าจากผลงานหรือการกระทำ โดยจะไม่รับฟังหรือให้คำแนะนำใดๆ ด้านกระบวนการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปรับปรุงผลงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แบบประเมินเพื่อพัฒนาไม่ใช่แข่งขัน

เมื่อทักษะใดถูกวัดประเมิน เราก็มักจะเห็นความพยายาม “ติว” แบบประเมินนั้นๆ เพื่อให้คนคุ้นเคยกับแนวข้อสอบและรู้วิธีตอบให้ตรงใจผู้ตัดสิน แม้กระทั่งแบบทดสอบ TTCT ที่มีหัวใจอยู่ที่ “การคิดนอกกรอบ” และ “เป็นตัวของตัวเอง” ก็ยังมีคนตั้งเว็บไซต์ขายแนวข้อสอบให้พ่อแม่ใช้ติวลูก “เพื่อให้พร้อมสอบ” มาแล้ว 

ก่อนจบบทความนี้ ผู้เขียนจึงอยากชวนย้อนมองจุดเริ่มต้นและเจตนาของแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ที่กลายมาเป็นต้นแบบของการประเมินใน PISA 2022 Creative Thinking สักครั้ง

ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1930-1940 ขณะทอร์แรนซ์ทำงานเป็นครูและที่ปรึกษาในโรงเรียนมัธยมชนบทแห่งหนึ่งในรัฐจอร์เจีย เด็ก “เกเร” หลายคนที่เขาได้พบ ถูกส่งมาโรงเรียนประจำเพราะครูที่โรงเรียนเดิมทน “ทัศนคติที่ผิดแผก” ของพวกเขาไม่ไหว แต่ทอร์แรนซ์เชื่อว่า แม้ความคิดและการกระทำที่แตกต่างของเด็กๆ จะไม่ถูกสะท้อนคุณค่าออกมาผ่านข้อสอบมาตรฐานและการทดสอบความฉลาดทางสติปัญญา (IQ)  แต่ความสามารถในการคิดนอกกรอบนี้จะกลายมาเป็นพลังให้พวกเขาได้ หากได้รับการขัดเกลาดีๆ 

ความเชื่อนี้จุดประกายให้ทอร์แรนซ์ประดิษฐ์วิธีวัดประเมินเพื่อค้นหาและพัฒนาพลังความสร้างสรรค์ในตัวผู้เรียน และเพียรพัฒนาแบบประเมินนั้นมาอีกหลายทศวรรษ โดยมีเป้าหมายปลายทางคือ การปลดปล่อยศักยภาพเด็กๆ ให้ได้โลดแล่นอย่างอิสระในวันหนึ่ง เขายังได้ให้คำแนะนำด้วยว่า ควรใช้ผลการประเมินเปรียบเทียบให้เห็นพัฒนาการความคิดสร้างสรรค์ด้านต่างๆ ของผู้เรียน เพื่อวางแผนการเรียนรู้รายบุคคลให้ตรงจุด ไม่ใช่นำคะแนนรวมทุกด้านมาสร้างการเปรียบเทียบแข่งขันระหว่างผู้เรียนกันเอง

เพราะหากการวัดประเมินไม่ถูกอนุญาตให้สะท้อนระดับความสามารถและทักษะที่แท้จริงของผู้เรียน ไม่ช่วยให้คนในสังคมฉุกคิดถึงปัจจัยต่างๆ ที่กำลังฉุดรั้งศักยภาพของพวกเขาเอาไว้ ทั้งยังไม่จุดประกายการร่วมมือแก้ไขกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้มีความหมายต่อผู้เรียนอย่างทั่วถึง ก็น่ากลัวว่า อีกปัจจัยที่บั่นทอนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของคนในสังคม อาจเป็นวัฒนธรรมการศึกษาซึ่งให้ความสำคัญกับผลทดสอบมากกว่าการพัฒนาทักษะที่แท้จริงเสียเอง

อ้างอิง

Kyung Hee Kim (2011): The Creativity Crisis: The Decrease in Creative Thinking Scores on the Torrance Tests of Creative Thinking, Creativity Research Journal, 23:4, 285-295. http://dx.doi.org/10.1080/10400419.2011.627805. Access date 22-05-2024. 

Inc.com (2021). Research Suggests We’re All Getting Less Creative and Scientists Think They Know WhyScores on standard tests of creativity have been declining for decades. https://www.inc.com/jessica-stillman/creativity-crisis-torrance-test.html. Access date 22-05-2024.  

Alabbasi, A. M. A., Paek, S. H., Kim, D., & Cramond, B. (2022). What do educators need to know about the Torrance Tests of Creative Thinking: A comprehensive review. Frontiers in psychology, 13, 1000385. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2022.1000385. Access date 22-05-2024. 

OECD. (2022). THINKING OUTSIDE THE BOX The PISA 2022 Creative Thinking Assessment. https://issuu.com/oecd.publishing/docs/thinking-outside-the-box. Access date 22-05-2024. 

Fabrega, A. L. (2021). The Do’s & Don’ts of Creativity. https://afabrega.com/my-blog/the-dos-and-donts-of-creativity 

Hopkins, R. (2018). Kyung Hee Kim on ‘The Creativity Crisis’. https://www.robhopkins.net/2018/09/20/kyung-hee-kim-on-the-creativity-crisis/ 


ทดลองอ่านและสั่งซื้อหนังสือ โรงเรียนคิดสร้างสรรค์: คู่มือสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง

โรงเรียนคิดสร้างสรรค์: คู่มือสำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลง

Original price was: 395฿.Current price is: 356฿.

ขอต้อนรับสู่ “โรงเรียนคิดสร้างสรรค์” พื้นที่เรียนรู้เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผ่านคู่มือการ “เล่น” เพื่อพัฒนาการเรียนรู้โดยอาศัยชุดอุปนิสัยสร้างสรรค์ 5 ประการอ่านเวอร์ชันอีบุ๊ก

มนภัทร จงดีไพศาล แปล
บุลวัชร เสรีชัยพร บรรณาธิการ
จิรัชยา หงษ์แก้ว ออกแบบปก