ทำไมต้อง จินตนาการทางสังคมวิทยา และบทสะท้อนระหว่างการแปล: คำนำจากนักแปล

จันทนี เจริญศรี

The Sociological Imagination เป็นคำตอบแรกที่ผุดขึ้นมาในใจ เมื่อบรรณาธิการอำนวยการผู้รับเอาภารกิจในการขยายขอบฟ้าหนังสือความรู้เข้าสู่โลกภาษาไทยมาเป็นของตนถามข้าพเจ้าว่า หนังสือสังคมวิทยาที่น่าจะแปลคือเล่มใด หลังจากใคร่ครวญดูแล้วข้าพเจ้าก็ยังย้ำความเห็นเดิมด้วยเหตุผลสามประการ

ประการแรก บทแรกของ The Sociological Imagination มักจะเป็นตัวบทที่อยู่ในรายการหนังสือต้องอ่านสำหรับวิชาสังคมวิทยาเบื้องต้น

ประการที่สอง นักศึกษาสังคมวิทยาที่ข้าพเจ้าสอนอยู่มักประสบปัญหาวิกฤตอัตลักษณ์อยู่เนืองๆ เธอมักตอบใครไม่ได้ชัดว่าเรียนอะไรอยู่ และบ่อยครั้งก็ตอบตัวเองไม่ได้ด้วย

ประการสุดท้าย ออกจะเป็นเหตุผลส่วนตัวอยู่สักหน่อย คือข้าพเจ้ามองว่างานแปลเป็นช่องทางเล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าไม่หลุดลอยออกไปจากการทำงานวิชาการที่เรียกร้องสมาธิและความต่อเนื่องค่อนข้างมาก ในขณะที่งานแปลเป็นงานที่สามารถซอยออกเป็นงานย่อยๆ และดึงสมาธิเข้าสู่งานได้เร็ว เข้ากับสภาพชีวิตของข้าพเจ้าที่อาสามาทำงานบริหารในช่วงนี้ได้ดี

ในระหว่างการแปล ข้าพเจ้ากลับพบเสียงสะท้อนที่ทำให้ตบเข่าฉาดได้บ่อยๆ ในตัวบทของ The Sociological Imagination ที่ดูเหมือนเป็นการสนทนากลับไปหาเหตุผลทั้งสามข้อข้างต้น

ตราบเท่าที่สังคมวิทยายังถูกนิยามว่าคือการศึกษาเฉพาะบางแง่มุมของสังคม มันก็จะกลายเป็นสาขาที่ศึกษาส่วนที่ตกหล่นจากสังคมศาสตร์สาขาอื่นๆ และประกอบไปด้วยเรื่องราวสัพเพเหระที่สาขาวิชาอื่นไม่ได้ศึกษา เช่น การศึกษาเมืองและครอบครัว ความสัมพันธ์เชิงเชื้อชาติและชาติพันธุ์ และแน่นอนต้องรวม การศึกษากลุ่มขนาดเล็กไว้ด้วย ดังที่เราจะเห็นกันต่อไป การศึกษาสัพเพเหระนี้ต่อมาได้กลายเป็นสไตล์การคิดซึ่งต่อไปผมจะคลี่ให้เห็นโดยเรียกมันว่า ปฏิบัตินิยมเสรีนิยม

ดูเหมือนว่า ปฏิบัตินิยมเสรีนิยม (liberal practicality) ที่แพร่หลายเข้าสู่แนวทางการทำงานสังคมวิทยาที่จับประเด็นยิบย่อยมาเรียงต่อๆ กันเป็นอนุกรมนี้ น่าจะมีส่วนอยู่ไม่น้อยในวิกฤตอัตลักษณ์ของสังคมวิทยาที่รู้สึกกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

ซี. ไรต์ มิลส์ (C. Wright Mills, 1916-1962) นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ทิ้งผลงานสำคัญไว้หลายเล่มให้วงวิชาการ หนึ่งในนั้นคือ The Sociological Imagination (รูปจาก pixgood.com)

อย่างไรก็ดี มิลส์ไม่ได้มองปัญหานี้ว่าเป็นเพียงเรื่องของคุณค่าอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นเสรีนิยมหรือปฏิบัตินิยมก็ตาม แต่มันยังเป็นเนื้อในของจรรยาแบบราชการที่กำกับองค์กรวิชาการต่างๆ ตั้งแต่กระทรวงอุดมศึกษาจนกระทั่งถึงมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนด้านสังคมศาสตร์ นักสังคมวิทยาทราบกันดีว่า “นานาประเภทของมนุษย์” (human variety) ในคำกล่าวของมิลส์ ไม่ใช่สิ่งที่แยกขาดจากโครงสร้างสังคมและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ได้ รวมทั้ง “หุ่นยนต์เริงร่า” “ช่างเทคนิคเปี่ยมฝีมือ” “รุ่นใหญ่” ก็ยังคงเป็นกลุ่มบุคคลที่พบเห็นได้ทั่วไป และที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือ การได้พบบุคคลประเภทที่ว่านั้นในตัวเราเอง

กระบวนการแปลที่ชวนให้ทบทวนตัวเอง และมองเห็นคนรอบตัวในฐานะผลผลิตของสังคม เป็นความบันเทิงเริงรมย์โดยส่วนตัวของผู้แปลที่โดดเดี่ยวโดยแท้ ทว่าความเข้าใจนี้เปลี่ยนไปเมื่อได้มาทำงานกับบรรณาธิการผู้ละเอียดลออ ทั้งยังมีความรู้เศรษฐศาสตร์ดีกว่าข้าพเจ้าผู้แทบไร้การศึกษาในทางเศรษฐศาสตร์ (ขอบคุณสำหรับการทักท้วงที่ไม่ทำให้ข้าพเจ้าอับอายจนเกินไปนัก) นอกจากนั้นบรรณาธิการยังมีวิธีทำงานที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เราเห็นไม่ตรงกันในหลายจุด แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เราจะตกลงกันไม่ได้ในการอธิบายเพียงครั้งเดียว ข้าพเจ้าจึงแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเราเข้าใจกันและน่าจะรู้สึกตรงกันต่อ จินตนาการทางสังคมวิทยา (sociological imagination)

The Sociological Imagination ฉบับครบรอบ 40 ปี หลังจากพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1959

แม้เหตุผลเดิมทีในการเลือกแปล The Sociological Imagination จะเกี่ยวกับฐานะความเป็นผู้สอนหนังสือในสาขาสังคมวิทยาอยู่มาก แต่สำหรับข้าพเจ้า หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่จำกัดอยู่แต่เฉพาะสาขาสังคมวิทยา ดังในเชิงอรรถที่มิลส์กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้อาจจะชื่อจินตนาการทางรัฐศาสตร์ จินตนาการทางเศรษฐศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่นใดได้ทั้งหมด แต่เขาเลือกใช้คำว่าจินตนาการทางสังคมวิทยาเพียงเพราะว่านี่คือศาสตร์ที่เขารู้ดีที่สุด หมายความว่าความทะเยอทะยานของเขาคือการเสนอ “ศักยภาพของสังคมศาสตร์” และข้าพเจ้าก็อยากจะย้ำว่า ในหนังสือเล่มนี้ มิลส์ไม่เพียงคลี่ให้เห็นว่า ศักยภาพและภารกิจของนักสังคมศาสตร์คืออะไร แต่เขายังขยายความให้เห็นด้วยว่า อุปสรรคใดที่สกัดขัดขวางไม่ให้นักสังคมศาสตร์ได้ทำตามศักยภาพ คำมั่นสัญญา และภารกิจดังว่านั้น

ที่น่าเศร้ายิ่งไปกว่านั้นคือ ดูเหมือนว่าอุปสรรคที่มิลส์กล่าวถึงกลับไม่ได้หายไปไหนในโลกวิชาการสังคมศาสตร์ปัจจุบัน ในโลกวิชาการ ข้าพเจ้ายังเห็น “หญิงชาย” ทั้งหลายเหมือนกับนานามนุษย์ที่มิลส์กล่าวถึงไว้ คือเป็นหุ่นยนต์เริงร่า เป็นช่างเทคนิคเปี่ยมฝีมือที่ไม่ยอมเผชิญหน้ากับคำถามยากๆ อย่างความหมายทางการเมืองในงานศึกษาของตน

ในเวลาเดียวกันเมื่ออ่านมาถึงข้อความที่ว่าด้วย “รุ่นใหญ่” ผู้ทำตัวเองให้ยุ่งอยู่กับการทำงานบริหารจนไม่มีผลงานวิชาการ และพร่ำบ่นถึงการขาดแคลนเวลา แต่ก็ไม่หยุดหางานบริหารใส่ตัว ข้าพเจ้าก็อดกลัวไม่ได้ว่ามิลส์กำลังกล่าวถึงข้าพเจ้า

บทบาทที่รุ่นใหญ่ต้องเล่นทำให้เขาไม่ได้ทำงานจริงๆ ความนับหน้าถือตาที่เขาสั่งสมขึ้นช่างไม่ได้สัดไม่ได้ส่วนกับผลสัมฤทธิ์จริงๆ จากงานที่เขาทำ คำมั่นสัญญาที่เขาหยิบยื่นให้ช่างยิ่งใหญ่จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงไป ทำงานศึกษาจริงๆ” … บทบาทของเขาในฐานะรุ่นใหญ่เป็นทั้งสาเหตุและข้ออ้างในการไม่ลงไปทำงาน เขาติดกับ อย่างที่เขาชอบพูดอยู่บ่อยๆ แต่เขาก็จำเป็นต้องทำให้ตัวเองติดกับอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ด้วย หาไม่แล้วบทบาทของเขาในฐานะรุ่นใหญ่ก็จะถูกมองโดยคนอื่นหรือตัวเขาเองว่าเป็นแค่ข้ออ้าง

ความรู้สึกขนลุก สนุกสะใจ เหมือนนินทาคนรอบตัว หรือบางครั้งก็ถูกเขาหันกลับมาด่าใส่หน้าเสียเองสลับกันไปเหล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสนิทสนมกับมิลส์ ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นความรู้สึกอันเป็นเอกสิทธิ์ของคนทำงานแปล หากไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ งานแปลคงหาความบันเทิงได้ยาก

เพื่อไม่ให้ยืดยาวจนเกินไป ข้าพเจ้าคงต้องใช้ย่อหน้าสุดท้ายขอบคุณผู้มีอุปการคุณเสียที ขอขอบคุณ พรรณราย โอสถาภิรัตน์, สายพิณ ศุพุทธมงคล, ศิริพร ศรีสินธุ์อุไร สำหรับการแลกเปลี่ยนเรื่องการใช้คำ  วิลาสินี พนานครทรัพย์ ที่ช่วยจัดการให้หนังสือได้แปล บรรณาธิการหลายคนจากสำนักพิมพ์บุ๊คสเคป คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่สนับสนุน คนในบ้านที่ตอบคำถามภาษาไทยได้ทุกข้อ และเหนืออื่นใดคือบรรณาธิการแปลที่อดทนสนทนากับข้าพเจ้าผ่านคอมเมนต์ตลอดทั้งตัวบท

หมายเหตุถึงผู้อ่าน: โปรดทำตามคำแนะนำของมิลส์ อย่าหยุดอ่านเมื่อเจอข้อความของทัลคอตต์ พาร์สันส์ (Talcott Parsons) ในบทที่สอง ผู้เขียนเพียงมีเจตนาสาธิตให้เห็นว่า ความยากของคำที่ไม่เป็นสัดส่วนกับสาระนั้นเป็นอย่างไร

* เนื้อหาของบทความนี้นำมาจาก “คำนำนักแปล”


จันทนี เจริญศรี เป็นคณบดีและอาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลงานทั้งในฐานะผู้เขียน บรรณาธิการ และนักแปล เช่น ศาสตร์ อศาสตร์: เข้ามาข้างนอก ออกไปข้างใน, โพสต์โมเดิร์นกับสังคมวิทยา และ สังคมวิทยา: ความรู้ฉบับพกพา ฯลฯ


ทดลองอ่านและสั่งซื้อหนังสือ จินตนาการทางสังคมวิทยา

จินตนาการทางสังคมวิทยา

385฿ 327฿

จินตนาการทางสังคมวิทยา
(The Sociological Imagination)
C. Wright Mills เขียน
จันทนี เจริญศรี แปล
ภาคิน นิมมานนรวงศ์ บรรณาธิการ
ยุทธภูมิ ปันฟอง ออกแบบปก