บทเรียนความสุข 101: เงินซื้อความสุขได้หรือไม่

เรื่อง: ณัฏฐพรรณ เรืองศิรินุสรณ์

 

“Lykke” /ลุกกะ/ (น.) ความสุข

 

ในอดีตเราต่างมุ่งเสาะแสวงหาความสะดวกสบายในชีวิต แต่ในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทุ่นแรงทุ่นเวลา สิ่งที่ผู้คนหวนกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งคือความสุขที่หล่นหายไปจากวิถีชีวิตที่หมุนเร็วรี่ และนี่คือจุดเริ่มต้นของสถาบันแห่งความสุขในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งก่อตั้งโดยไมก์ วิกิง ชายผู้มุ่งมั่นค้นหาว่าอะไรทำให้ผู้คนมีความสุข

ไมก์ วิกิง เป็นชาวเดนมาร์ก ประเทศที่ครองอันดับต้นๆ ในการจัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เขาได้กลั่นกรองแนวคิด “ฮุกกะ” ที่เป็นรากฐานความสุขของชาวเดนมาร์กไว้ในหนังสือ ฮุกกะ: ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก (จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ openworlds) และในหนังสือเล่มต่อมาอย่าง ลุกกะ: วิถีความสุขจากทุกมุมโลก เล่มนี้ ไมก์ได้ขยายขอบเขตการสำรวจให้กว้างและลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเขาไม่เพียงศึกษาเฉพาะเดนมาร์ก แต่ออกเดินทางไปสำรวจเคล็ดลับความสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อค้นหาว่าปัจจัยใดคือตัวกำหนดความสุขของผู้คน

 

เงินซื้อความสุขได้จริงหรือ

 

ที่มา: Rafal Olechowski/Shutterstock.com

 

คำถามแรกที่ไมก์ต้องเจอเมื่อบอกใครต่อใครว่าสถาบันวิจัยความสุขกำลังพยายามวัดความสุขคือ เราจะวัดความสุขได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งนี้ช่างเป็นนามธรรม และขึ้นกับความรู้สึกส่วนตัวเหลือเกิน

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราใช้เงินเป็นตัววัดความสุขกันมาตลอด เราอาศัยรายได้เป็นตัวแทนค่าความสุข ความอยู่ดีมีสุข หรือคุณภาพชีวิต ทว่าแม้เงินอาจจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่มันก็ไม่ใช่ปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่บันดาลความสุขให้กับเรา ขอให้คุณลองนึกภาพเพื่อนสองคนมาพบกันหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน “เป็นไงบ้าง” เพื่อนคนหนึ่งถามอีกคน “ฉันหาเงินได้ปีละ 40,800 ยูโรเชียวละ” เธอตอบ ในชีวิตจริงคงไม่มีใครพูดจากันแบบนี้หรอกจริงไหม ชีวิตที่ดีหรือไม่ดีคงไม่อาจตีความผ่านตัวเลขเงินในบัญชีเสมอไป

 

โลกสมมติ

 

ในหนังสือเล่มนี้ ไมก์ยกกรณีสมมติมาให้ขบคิด โดยขอให้ลองนึกถึงโลกสองใบ ในโลกใบแรก คุณมีรายได้ปีละ 50,000 ปอนด์ ขณะที่คนอื่นๆ มีรายได้ 25,000 ปอนด์ ในโลกใบที่สอง คุณมีรายได้ปีละ 100,000 ปอนด์ (ซึ่งมากกว่าเดิมเท่าตัว) ขณะที่คนอื่นๆ มีรายได้ 200,000 ปอนด์ ส่วนราคาข้าวของอื่นๆ ยังคงที่ ดังนั้นกาแฟหนึ่งถ้วยจึงราคาเท่าเดิมไม่ว่าในโลกใบใด

คำถามก็คือ ระหว่างโลกสองใบนี้ คุณจะเลือกอยู่ในโลกใบไหน ตามปกติแล้ว เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ได้ฟังคำถามนี้จะอยากอยู่ในโลกใบแรกมากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาทางวิชาการที่จัดทำมาแล้วหลายครั้ง นับแต่มีผู้ตั้งคำถามนี้เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปี 1998 เหตุผลที่พวกเราส่วนใหญ่อยากอยู่ในโลกใบแรกมากกว่าคือ เราไม่เพียงสนใจความสามารถในการบริโภคเท่านั้น แต่เรายังสนใจฐานะของเราในลำดับชั้นทางสังคมด้วย

นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้เราพยายามลอกเลียนรูปแบบการบริโภคของคนที่รวยกว่าเรา ขณะเดียวกันระบบเครดิตก็ทำให้เราเลียนแบบวิถีชีวิตที่เราจ่ายไม่ไหวได้ง่ายขึ้น ทว่าหากลองถอยออกมาไตร่ตรองดู อาจพบว่าเรากำลังใช้จ่ายเงินที่เราไม่มี เพื่อซื้อของที่เราไม่จำเป็น เพราะต้องการให้คนที่เราไม่ชอบหน้าประทับใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้เราขยับเข้าไปใกล้ความสุขมากกว่าเดิมเลย

เรากำลังใช้จ่ายเงินที่เราไม่มี เพื่อซื้อของที่เราไม่จำเป็น เพราะต้องการให้คนที่เราไม่ชอบหน้าประทับใจ ซึ่งไม่ได้ทำให้เราขยับเข้าไปใกล้ความสุขมากกว่าเดิมเลย

สหรัฐอเมริกาคือตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เราล้มเหลวเพียงใดเมื่อพยายามเปลี่ยนความร่ำรวยให้เป็นความอยู่ดีมีสุข ในขณะที่สหรัฐอเมริกาพัฒนาความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสะสมความร่ำรวยในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ความสุขของประชาชนกลับไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็คือความไม่เท่าเทียมในสังคมนั่นเอง

 

แล้วเราจะบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุขให้สมดุลได้อย่างไร เราจะสร้างความสุขแบบสบายกระเป๋าได้หรือไม่ และในทางกลับกัน ความสุขซื้อเงินได้หรือเปล่า หนังสือ ลุกกะ: วิถีความสุขจากทุกมุมโลก มีคำตอบของคำถามเหล่านี้ รวมถึงแจกแจงปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวกำหนดความสุขของผู้คนในแต่ละประเทศ และชี้แนะเคล็ดลับความสุขที่เก็บเกี่ยวจากวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยกลั่นกรองจากประสบการณ์และงานวิจัยนับไม่ถ้วน ถ่ายทอดผ่านสำนวนเปี่ยมอารมณ์ขันของไมก์ วิกิง เพื่อสร้างวิถีแห่งความสุขในแบบของคุณเอง รวมถึงสร้างสังคมที่ “อยู่ดี-มีสุข” และเปี่ยมล้นด้วย “ลุกกะ” สำหรับเราทุกคน

 

Lykke-cover

รายละเอียดหนังสือ

หนังสือ : ลุกกะ: วิถีความสุขจากทุกมุมโลก (The Little Book of Lykke)

ผู้เขียน : Meik Wiking

ผู้แปล : ลลิตา ผลผลา

พิมพ์ครั้งแรก : มีนาคม 2561

ราคา : 395 บาท