‘บริการสนับสนุนรอบด้าน’ ตัวช่วยสำคัญในระบบนิเวศการเรียนรู้ไม่รู้จบ

เรื่อง อภิรดา มีเดช

ระบบนิเวศการเรียนรู้ใหม่จะต้องพร้อมสนับสนุนผู้เรียนวัยทำงานอย่างรอบด้าน การจะให้ผู้เรียนทุ่มเทกับการศึกษาและเป้าหมายในการทำงานได้ พวกเขาต้องได้รับความช่วยเหลือที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะผ่านช่องทางออฟไลน์หรือออนไลน์ เพื่อให้ฟันฝ่าอุปสรรคและจัดการข้อผูกมัดรวมถึงสารพัดเรื่องสำคัญในชีวิตได้

บริการสนับสนุนที่ดีขึ้นจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จของผู้เรียน ตั้งแต่ก้าวแรกในการสำรวจความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนงาน จนถึงขั้นตอนสุดท้ายขณะเปลี่ยนผ่าน

การสนับสนุนดังกล่าวประกอบด้วยการให้คำปรึกษา บริการด้านสุขภาพจิต คำแนะนำทางการเงิน หรือกระทั่งความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย เช่น ค่าที่พักอาศัยและค่าเดินทาง 

บางครั้งอุปสรรคที่กีดกันพวกเขาจากการได้งานที่ดีอาจไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คิด พวกเขาอาจเพียงต้องการยางรถบรรทุกเส้นใหม่ รองเท้านิรภัยคู่ใหม่ หรือมีดทำครัวชุดใหม่สำหรับโรงเรียนสอนทำอาหาร

ผู้เรียนวัยทำงานที่ไม่มีใบปริญญาต้องเผชิญเงื่อนไขที่หนักหนา หลายครั้งพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเมื่อเทียบกับนักศึกษาวัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัย อาจเพราะพวกเขาเคยล้มเหลวขณะอยู่ในระบบ จึงเข้าใจดีว่าต้องการระบบสนับสนุนอะไรบ้างมาเติมเต็มและยกระดับความพยายามในการเรียนรู้ครั้งใหม่ให้สำเร็จสมความตั้งใจ

4 ขั้นตอนบริการสนับสนุนรอบด้าน พร้อมตัวอย่างนวัตกรรมที่ได้ผลจริงทั่วสหรัฐอเมริกา

1. เตรียมความพร้อมก่อนเรียนรู้

การมีบริการแบบรอบด้านตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้เรียนจัดการภาระส่วนตัวได้ก่อนเดินหน้าสู่การฝึกอบรม

ลอนช์โค้ด (LaunchCode) โครงการฝึกงานเขียนโค้ดที่ริเริ่มในเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี จับมือกับองค์กรในชุมชนเพื่อจัดหาขนส่งสาธารณะ ที่จอดรถ บริการด้านกฎหมาย คูปองแลกอาหาร บริการสุขภาพ และความช่วยเหลือเกี่ยวกับการจ้างงานให้ผู้เข้าร่วมโครงการ

จ็อบเทรน (JobTrain) องค์กรเพื่อแรงงานในซิลิคอนแวลลีย์ มีบริการนอกสถานที่สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเข้าถึงคำปรึกษาด้านกฎหมาย ศูนย์เด็กเล็กราคาประหยัด รวมถึงการส่งตัวเพื่อรับการรักษาเฉพาะทางหากจำเป็น

2. ผู้ช่วยข้างกาย

แม้การสนับสนุนหลายอย่างอาจอยู่ในรูปเทคโนโลยี แต่ปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ก็สำคัญอย่างยิ่ง

สไตรฟ์ (STRIVE) บริษัทที่ก่อตั้งในนิวยอร์กก่อนจะขยายพื้นที่ทำงานครอบคลุม 20 เมืองใหญ่ในสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้เรียนทุกคนมีผู้จัดการประจำตัวที่จะดูแลทุกเรื่อง เช่น สุขภาพจิต เสถียรภาพทางการเงิน และปัญหาหรืออุปสรรคในครอบครัว

พนักงานของสไตรฟ์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาจะช่วยให้ผู้เรียนเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งาน รู้วิธีพูดคุยกับคนอื่น และวิธีปฏิบัติตัวเวลาสัมภาษณ์งาน นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำและแรงผลักดันให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าในตนเองอย่างตรงจุด อย่างเช่น

“อย่าปล่อยให้งานที่ทำตอนนี้บั่นทอนคุณ อย่าปล่อยให้ใครมาบอกคุณว่าจะให้เงินเดือนเท่าไร ถ้าคุณรู้ดีว่าควรจะได้ค่าตอบแทนมากกว่านี้”

“นี่ไม่ใช่โครงการทั่วไปที่คุณไปอบรม ได้ประกาศนียบัตร แล้วก็จบกัน ไม่ใช่การไปฝึกงานแล้วถูกปล่อยให้หาทางไปต่อเองเพียงลำพัง พวกเขาอยากให้คุณตั้งใจเรียน สร้างสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และมองหาอาชีพที่เติบโตได้ในระยะยาว” ผู้เรียนคนหนึ่งจากศูนย์อาชีวศึกษา กล่าวถึงความมุ่งมั่นของที่ปรึกษาจากสไตรฟ์

3. การสร้างเครือข่ายและทุนทางสังคม

การสร้างทุนทางสังคมเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ และเราฝึกฝนคนที่ขาดแคลนทุนนี้ให้สร้างมันขึ้นมาได้

ไคลบ์ไฮร์ (ClimbHire) บริษัทที่ช่วยเหลือผู้เรียนในการสร้างและเพิ่มพูนทุนทางสังคมของตัวเอง และเป็นรูปแบบธุรกิจที่ยืนได้ด้วยตัวเอง

ปกติเหล่าไคลเบอร์หรือผู้เข้าร่วมโครงการมักทำงานหลายงานโดยได้รับค่าแรงขั้นต่ำ เรียนไม่จบ และเข้าเรียนได้เพียงช่วงสุดสัปดาห์หรือช่วงเย็น พวกเขาจะเข้าฝึกอบรมทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์อย่างละ 100 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสำหรับตำแหน่งงานด้านดิจิทัลอย่างผู้ดูแลระบบเซลส์ฟอร์ซ

บริษัทจะอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์ระหว่างเข้าร่วมโครงการ หลังสิ้นสุดการอบรมและได้งานแบบเต็มเวลาโดยได้ค่าตอบแทนอย่างน้อย 45,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เหล่าไคลเบอร์จะจ่ายเงินคืนให้บริษัทเพื่อสนับสนุนนักศึกษารุ่นต่อไป 

ผู้เรียนรุ่นก่อนยังกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของบริการจัดหาพนักงานของที่นี่ อีกทั้งช่วยรับรองคนอื่นๆ ในการสมัครงาน และแบ่งปันค่าธรรมเนียมในการจัดหาพนักงานใหม่ของนายจ้างระหว่างกัน

ตัวอย่างในประเทศไทย โครงการ “จ้างวานข้า” ของมูลนิธิกระจกเงาซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร ให้ความช่วยเหลือผู้ไร้บ้านและคนจนเมืองโดยเฉพาะสูงอายุที่เข้าเป็นสมาชิกให้มีงานทำด้านการทำความสะอาด ดูแลต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะ โดยได้ค่าจ้างวันละ 400-500 บาท ทางมูลนิธิยังสนับสนุนค่าเช่าที่พักเดือนแรกเพื่อให้โอกาสเข้าถึงที่พักชั่วคราวด้วย

เมื่อมีการจัดประชุมสมาชิก ณ สดชื่นสถาน ในบริเวณมูลนิธิ สมาชิกจะเข้ามาใช้ห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ บริการซักอบผ้า รวมถึงการรับสมัครงาน ข้อมูลปี 2566 มีสมาชิก 150 คน ร้อยละ 80 เป็นผู้สูงอายุ นอกจากนั้นเป็นผู้ไร้บ้านอายุระหว่าง 40-50 ปี

ส่วน “ช้าการช่าง” เป็นโครงการย่อยในจ้างวานข้า เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่พอมีทักษะอาชีพช่างให้มีเงินเลี้ยงชีพต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นเปิดรับเฉพาะช่างทาสี ปัจจุบันมีช่างด้านต่างๆ ให้บริการสำหรับผู้สนใจ ได้แก่ ช่างไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ช่างทาสี ช่างแอร์ และช่างไม้

เมื่อปี 2566 เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนคือ แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างอย่างคิวช่าง (Q-CHANG) กับมูลนิธิกระจกเงา ด้วยการว่าจ้างกลุ่มช่างของ “ช้าการช่าง” มาทาสีศูนย์ฝึกอบรม Q-CHANG ACADEMY รวมถึงเปิดโอกาสให้ช่างของมูลนิธิเข้ามาอบรมในศูนย์ฯ ฟรี เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดทางอาชีพต่อไป

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นที่มาของรางวัลความเป็นเลิศทางความคิดสร้างสรรค์ (Creative Excellence Awards) ประจำปี 2566 สาขาธุรกิจสร้างสรรค์ ประเภทความร่วมมือข้ามภาคส่วน (Cross-Sector Collaboration) จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 

4. การสนับสนุนเมื่อเข้าทำงานและความก้าวหน้าในอาชีพ

ด้วยประสบการณ์การทำงานและสังคมในอดีต พนักงานใหม่เหล่านี้อาจเผชิญความเสี่ยงที่จะออกจากงานเมื่อเจอความล้มเหลว ขณะที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์มากขึ้นเรื่อยๆ ว่าการสนับสนุนต่อเนื่องหลังจากมีงานทำมีบทบาทสำคัญยิ่งในการทำให้พนักงานใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เรียนที่เปราะบางปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมในสถานที่ทำงานได้

ฟิลาเดลเฟียเวิร์กส์ (Philadelphia Works) องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มุ่งเน้นการพัฒนาแรงงานในฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เชื่อว่าเมื่อพนักงานประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างน้อยหกเดือน พวกเขาจะสามารถประสบความสำเร็จทั้งในอุตสาหกรรมและบทบาทที่ตัวเองรับผิดชอบ ดังนั้นองค์กรจึงกำหนดผู้จัดการประจำตัวให้พนักงานใหม่ทุกคนเป็นเวลาหกเดือน พร้อมติดตามการมีงานทำทุกๆ 6 และ 12 เดือนหลังจากได้รับจ้างงานแล้ว

ขณะเดียวกัน นายจ้างมักมีความคาดหวังที่ไม่ได้บอกกล่าวเป็นคำพูดและลำดับขั้นในตำแหน่งงานซึ่งพนักงานใหม่ไม่ทราบ โดยเฉพาะสำหรับคนที่แทบไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานลักษณะนี้ แต่เราบรรเทาอุปสรรคเหล่านี้ได้ด้วยการจัดหาที่ปรึกษาที่จะช่วยพนักงานใหม่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงความคาดหวังในการทำงานที่ไม่มีใครบอกอย่างชัดเจน

การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจะลดอัตราการออกจากงาน เพิ่มผลตอบแทนทางการลงทุน และสร้างประโยชน์ระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญต่อพนักงานใหม่ ผ่านการเตรียมพวกเขาให้พร้อมประสบความสำเร็จในระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต

ชม เสวนาสาธารณะ Long Life Learning: เรียนรู้ใหม่ ไม่รู้จบ ได้ที่ FB: Bookscape


ทดลองอ่านและสั่งซื้อหนังสือ Long Life Learning: เรียนรู้ใหม่ ไม่รู้จบ

Long Life Learning: เรียนรู้ใหม่ ไม่รู้จบ

Original price was: 395฿.Current price is: 356฿.

(Long Life Learning: Preparing for Jobs that Don’t Even Exist Yet)

Michelle R. Weise เขียน
รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ แปล
ชลิดา หนูหล้า บรรณาธิการ
ยุทธภูมิ ปันฟอง ออกแบบปก