บ.ก.ขอเล่า | โลกไร้โฟกัส (Stolen Focus)

บ.ก. ต้นหอม ศิรอักษร จอมใบหยก

มีคอนเสิร์ตอยู่ตรงหน้า แต่ใจกลับจับจดอยู่บนอินสตาแกรมสตอรี

ตั้งใจจะเช็กข้อความแค่สองนาที แต่ลงเอยที่นั่งไถฟีดเป็นชั่วโมง

เคยอ่านหนังสือจบเป็นสิบเล่มในเดือนเดียว แต่เดี๋ยวนี้แค่เล่มเดียวก็ดองอยู่เป็นปี

ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะจู่ๆ ปราการสมาธิของเราก็ทลายลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เป็นเพราะสมาธิถูกใครบางคน จงใจ ขโมยไปต่างหาก!

โยฮันน์ ฮารี นักเขียนและนักข่าวมือฉมัง ผู้ยอมรับว่าตกเป็นเหยื่อ โจรกรรมสมาธิ ครั้งยิ่งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลก ตัดสินใจหนักแน่นว่าจะทวงใจจดจ่อของตนกลับคืนมา เขาปิดกั้นช่องทางสื่อสารออนไลน์ทั้งหมดที่มีแล้วมุ่งหน้าไปยังโพรวินซ์ทาวน์ เมืองเล็กๆ บรรยากาศสงบเงียบ ณ ยอดแหลมเคปค็อด เพื่อใช้ชีวิตโดยปราศจากสิ่งเบนใจเป็นเวลา 3 เดือน

แล้วช่วงเวลา 3 เดือนแสนมหัศจรรย์ (ทว่าไม่ง่ายเลย) ก็ได้ก่อร่างเป็นผลงานเล่มล่าสุดที่มีชื่อว่า “โลกไร้โฟกัส” ในสายตาเรา ความงามของบันทึกการเดินทางเล่มนี้คือตลอดเส้นทางที่ฮารีเดินนำเราไปอย่างใจเย็น เขาจะไม่มัวมาชี้นิ้วสั่งสอนว่าเราควรมีวินัยอย่างนั้น เลิกเล่นโซเชียลอย่างนี้ อาจเพราะเจ้าตัวเองก็รู้ดีและมีหลักฐานหนักแน่นที่พิสูจน์ได้ว่า การที่เราเพ่งสมาธิกับอะไรได้ยากขึ้นทุกวันไม่ใช่ความล้มเหลวส่วนตัวของเขา ของเรา หรือของใครคนใดคนหนึ่ง พวกเราทั้งหมดล้วนเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำโดยพลังลงมือที่ทรงพลานุภาพกว่านั้น

สิ่งที่เขาทำหลังกลับมาจากโพรวินซ์ทาวน์คือออกเดินทางและพูดคุยกับผู้คนมากมาย เพื่อเปิดเผยเงื่อนงำที่ทำงานอยู่เบื้องหลังภาวะสมาธิแตกซ่าน ซึ่งกำลังระบาดในหมู่มนุษย์ยุคใหม่เป็นวงกว้างเสียยิ่งกว่าโควิด-19

คล้ายกันกับ “โลกซึมเศร้า” ผลงานเล่มก่อนหน้า ฮารียังไม่ทิ้งกลิ่นอายเฉพาะตัวสไตล์นักข่าวเชิงสืบสวน หลังจากยิงหมัดฮุกความสนใจของผู้อ่านเอาไว้ได้ด้วยเรื่องราวที่บีบหัวใจและใกล้ตัว เขาก็ค่อยๆ กะเทาะเปลือกนอกของปรากฏการณ์ที่เรียกว่า วิกฤตสมาธิ ออกทีละน้อย เปิดเปลือยให้เห็นข้อเท็จจริงที่ซ่อนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นทีมวิศวกรพัฒนาจีเมลที่แย่งกันเสนอวิธีขัดจังหวะชีวิตผู้คนด้วยเสียงแจ้งเตือนอย่างแข็งขัน หรือสีผสมอาหารที่ส่งผลให้ร่างกายตกอยู่ในภาวะอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactive) ทำให้ถูกแบนในยุโรป แต่กลับบริโภคกันเป็นเรื่องปกติในสหรัฐฯ (และในไทยด้วย!)

อ่านสรุปเอาจากบทความสั้นๆ เพียงเท่านี้ อาจทำให้การต่อสู้กับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังยังฟังดูเป็นเรื่องยากเกินกำลัง กระนั้น แม้แต่ขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองแอฟริกันอเมริกันก็ยังจุดประกายติดได้เพียงเพราะหญิงผิวดำตัวเล็กๆ ที่ไม่ยอมโดนไล่บี้ให้สละที่นั่งให้คนขาวอยู่ฝ่ายเดียว

หากอยากรู้ว่าจะสามารถปลดแอกสมาธิได้อย่างไร เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าศัตรูที่ช่วงชิงสมาธินั้นไปคือใครและพวกเขาทำมันได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้จึงเป็นคู่มือนำทางแห่งยุคสมัยที่มนุษย์ยุคใหม่จำเป็นต้องมีด้วยประการทั้งปวง

 

โลกไร้โฟกัส

(Stolen Focus)

Johann Hari เขียน

ฐณฐ จินดานนท์ แปล

อ่านตัวอย่างเนื้อหาและสั่งซื้อได้ที่นี่